อารยธรรมกรีก-โรมัน

อารยธรรมกรีกเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 4,000 ปีมาแล้ว เป็นอารยธรรมเก่าตอนใต้ของแหลมอิตาลี เจริญขึ้นบนแผ่นดินกรีกในทวีปยุโรป และบริเวณชายฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ด้านเอเชียไมเนอร์ หรือโบราณเรียกว่า ไอโอเนีย ถือเป็นแม่แบบของอารยธรรมตะวันตกและอารยธรรมสมัยใหม่ อารยธรรมที่เจริญขึ้นในนครรัฐกรีกมีศูนย์กลางสำคัญที่นครรัฐเอเธนส์ และนครรัฐสปาร์ตา

นครรัฐเอเธนส์ เจริญด้านการปกครอง (โดยเฉพาะเมื่อประชาชนมีสิทธิมีเสียง นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมการเมืองอันสำคัญที่นำสู่การพัฒนาเป็นระบอบ ประชาธิปไตย) เศรษฐกิจ การคมนาคม (สภาพภูมิประเทศที่เป็นอ่าวใหญ่เล็กมากมาย ส่งเสริมให้มีการเดินเรือออกไปไกลๆ นับเป็นพวกแรกในยุโรปที่ติดต่อกับชาวตะวันออก) สังคม ศิลปวิทยาการ รวมทั้งปรัชญา ส่วนนครรัฐสปาร์ตาเป็นรัฐทหารในรูปเผด็จการ แข็งแกร่งและเกรียงไกร

ชาวกรีกเรียกตัวเองว่า เฮลีนส์ เรียกบ้านเมืองตนว่า เฮลัส และเรียกอารยธรรมตนว่า อารยธรรมเฮเลนิก และเพราะตำแหน่งที่ตั้งถิ่นฐานเป็นจุดบรรจบของทวีปยุโรป เอเชีย และแอฟริกา กรีกจึงรับอิทธิพลความเจริญโดยตรงจากทั้งอียิปต์และเอเชียมาพัฒนาอารยธรรม ของตนขึ้นกระทั่งเป็นเอกลักษณ์ ชาวกรีกถือตนเองเป็นผู้มีคุณลักษณะพิเศษผิดกับชนชาติอื่นที่พวกเขารวมเรียก ว่า บาเบเรียน หมายความว่าผู้ที่ใช้ภาษาผิดไปจากภาษาของพวกกรีก

อารยธรรมโรมัน สืบเนื่องมาจากอารยธรรมกรีก โดยชาวอิทรัสกันซึ่งอยู่ในเอเชียไมเนอร์อพยพเข้าสู่แหลมอิตาลี นำเอาความเชื่อและศิลปวัฒนธรรมของกรีกเข้าไปด้วย ต่อมาบรรพบุรุษของชาวโรมันคือ ละติน จากตอนใต้ของแม่น้ำไทเบอร์ ขับไล่กษัตริย์อิทรัสกันแล้วรวมตัวเป็นชุมนุมในบริเวณที่เรียกว่า ฟอรัม เป็นศูนย์กลางเมือง และจุดเริ่มต้นของกรุงโรมในเวลาต่อมา โดยรับเอาอารยธรรมกรีกจากชาวอิทรัสกันมาเป็นต้นแบบอารยธรรมตนด้วย

ที่ตั้งของกรุงโรมอยู่ห่างจากทะเล 15 ไมล์ เหมาะกับการทำการค้าทางทะเล ชัยภูมิกรุงโรมยังอยู่ในทำเลเหมาะสมทางยุทธศาสตร์ สามารถใช้แม่น้ำเป็นเส้นทางคมนาคม มีภูเขาและหนองน้ำกีดขวางผู้บุกรุก ปัจจัยที่สนับสนุนการเรืองอำนาจเหนือดินแดนโดยรอบทะเลเมดเตอร์เรเนียนของ อาณาจักรโรมันคือการสร้างถนนที่มั่นคงถาวรไปยังดินแดนที่ยึดครอง ทำให้เกิดความคล่องตัว การขยายกองทัพและการคมนาคมขนส่ง

จักรวรรดิโรมันปกครองคาบสมุทรอิตาลีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 เป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองยิ่งใหญ่ ก่อกำเนิดอารยธรรมด้านต่างๆ มากมาย ด้านการปกครอง จักรพรรดิมีอำนาจสูงสุด ด้านการคมนาคม มีการสร้างถนนเชื่อมต่อเมืองต่างๆ ด้านกฎหมาย เกิดหลักกฎหมาย “All free men are equal before the law” ด้านเศรษฐกิจ แปรผันตามการเกษตรกรรม ด้านสังคม แบ่งชนชั้นผู้ถูกปกครองและผู้ปกครอง ด้านปรัชญา ประกาศปรัชญาของสโตอิกส์และเอปิคิวเรียน ด้านสถาปัตยกรรม รับอิทธิพลจากกรีกเฮเลนิก เน้นความแข็งแรงใหญ่โต

อารยธรรมกรีกโบราณ (Civilization of Ancient Greece)

อารยธรรมกรีกโบราณได้แก่อารยธรรมนครรัฐกรีก คำว่า กรีก เป็นคำที่พวกโรมันใช้เป็นครั้งแรก โดยใช้เรียกอารยธรรมเก่าตอนใต้ของแหลมอิตาลี ซึ่งเจริญขึ้นบนแผ่นดินกรีกในทวีปยุโรป และบริเวณชายฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ด้านเอเซียไมเนอร์ ซึ่งในสมัยโบราณเรียกว่า ไอโอเนีย (Ionia) อารยธรรมที่เจริญขึ้นในนครรัฐกรีกมีศูนย์กลางสำคัญที่นครรัฐเอเธนส์ และนครรัฐ สปาร์ต้า นครรัฐเอเธนส์ เป็นแหล่งความเจริญในด้านต่างๆ ทั้งด้านการปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ศิลป วิทยาการด้านต่างๆ รวมทั้งปรัชญา ส่วนนครรัฐสปาร์ตาเจริญในลักษณะที่เป็นรัฐทหารในรูปเผด็จการ มีความแข็งแกร่งและเกรียงไกร เป็นผู้นำของรัฐอื่นๆ ในแง่ของความมีระเบียบวินัย กล้าหาญ และเด็ดเดี่ยว การศึกษาเกี่ยวกับอารยธรรมกรีกโบราณ จึงเป็นการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับนครรัฐเอเธนส์ และนครรัฐสปาร์ตาชาวกรีกเรียกตัวเองว่า เฮลีนส์ (Hellenes) เรียกบ้านเมืองของตนว่า เฮลัส (Hellas) และเรียกอารยธรรมของตนว่าอารยธรรมเฮเลนิค (Hellenic Civilization)(1) ชาวกรีกโบราณเป็นชาวอินโด-ยูโรเปียน ชาวกรีกตั้งบ้านเรือนของตนเองอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตรงปลายสุดของทวีปยุโรป ตรงตำแหน่งที่มาบรรจบกันของทวีปยุโรป เอเซีย และแอฟริกา เป็นต้นเหตุให้กรีกโบราณได้รับอิทธิพลความเจริญโดยตรงจากทั้งอียิปต์และเอ เซีย กรีกได้อาศัยอิทธิพลดังกล่าวพัฒนาอารยธรรมของตนขึ้น โดยคงไว้ซึ่งลักษณะที่เป็นของตนเอง ชาวกรีกสมัยโบราณถือว่าตนเองมีคุณลักษณะพิเศษบางอย่างที่ผิดกับชนชาติอื่น และมักจะเรียกชนชาติว่าบาเบเรียน ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ใช้ภาษาผิดไปจากภาษาของพวกกรีก