อาเธนา(Athena) เทพีแห่งสงคราม

อาเธนา(Athena) เทพีแห่งสงคราม

อาเธนา(Athena) เทพีแห่งสงคราม
อาเธนา(Athena) เทพีแห่งสงคราม ความเฉลียวฉลาด และศิลปศาสตร์ของกรีกเมื่อเธอเกิดโดยโผล่ออกมาจากศรีษะของซูส ในชุดเกราะพร้อมรบ พระองค์พำนักอยู่ ณ อะโคพลิสแห่งเอเธนส์

อาเธน่า หรือ มิเนอร์(Minerva) ของโรมัน เป็นเทพีประจำกรุงเอเธนส์ สวมเกราะและมีโล่ Aegis ที่ทำด้วยหนังแพะและมีหัวเมดูซ่าอยู่ตรงกลาง รักษาพรหมจรรย์ไม่แต่งงานกับใคร มีอารมณ์รุนแรงแต่ฉลาด มีสัญลักษณ์ คือ ต้นมะกอก น้ำ และนกฮูก เป็นธิดาของซูสกับมีธิส ขณะที่นางมีธิสกำลังตั้งครรภ์ ครั้งหนึ่งซูสได้รับคำทำนายจากจีอาว่า โอรสธิดาที่ประสูติแต่มเหสีเจ้าปัญญานาม มีธิส นั้นจะมาโค่นบัลลังก์ของพระองค์ ซูสจึงแก้ปัญหาด้วยการจับเอามีธิสซึ่งทรงตั้งครรภ์แก่นั้นกลืนไปในท้อง แต่เวลาไม่นานนักเทพซูสเกิดอาการปวดศรีษะอย่างรุนแรงขึ้นมา จึงมีเทวโองการสั่งให้เรียกประชุมเทพทั้งปวงบนเขาโอลิมปัส ให้ช่วยกันหาทางบำบัดเยียวยา แต่ก็ไม่มีใครสามารถหาทางแก้ได้ ซูสไม่อาจทนความเจ็บปวดต่อไปได้ ในที่สุดจึงมีเทวบัญชาสั่งโอรสองค์หนึ่ง คือ เฮฟเฟสตุส(Hephaestus) หรือ วัลแคน(Vulcan) ให้ใช้ขวานผ่าศรีษะออก เทพเฮฟเฟสตุสปฏิบัติตาม เอาขวานจามลงไปยังไม่ทันเศียรซูสจะแยกดี เทพีอาเธนาก็ผุดขึ้นมาจากเศียรเทพบิดา ในลักษณะเจริญวัยเต็มที่ แต่งฉลององค์หุ้มเกราะแวววาวพร้อมสรรพถือหอกเป็นอาวุธ และประกาศชัยชนะเป็นลำนำกัมปนาท เป็นที่พิศวงหวั่นหวาดแก่ทวยเทพเป็นที่สุด พร้อมกันนั้นทั่วพื้นพสุธาและมหาสมุทรก็บังเกิดอาการสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น

ภายหลังการอุบัติของอาเธนาไม่นาน มีหัวหน้าชนชาวฟีนิเซียคนหนึ่งชื่อว่า ซีครอบ(Cecrop) พาบริวารอพยพเข้าไปในประเทศกรีกเลือกได้ชัยภูมิอันตระการตาแห่งหนึ่งในแคว้นอัตติกา(Attica) ตั้งภูมิลำเนาก่อสร้างบ้านเรือนขึ้นมาเป็นนครอันสวยงามนครหนึ่ง เทพทั้งปวงเฝ้าดูงานสร้างเมืองนี้ด้วยความเลื่อมใสยิ่ง ในที่สุดเมื่อเห็นว่าเมืองมีเค้าจะกลายเป็นนครอันน่าอยู่ขึ้นมาแล้ว เทพแต่ละองค์ก็แสดงความปรารถนาใคร่จะได้เอกสิทธิ์ประสาทชื่อนคร จึงประชุมกันถึงเรื่องนี้ เมื่อมีการอภิปรายโต้แย้งกันพอสมควรแล้ว เทพส่วนใหญ่ในที่ประชุมก็พากันยอมสละสิทธิ์ คงเหลือแต่เทพโพไซดอนและเทพีอาเธนา 2 พระองค์เท่านั้นที่ยังแก่งแย่งอยู่ เพื่อยุติปัญหาว่าใครควรจะได้เอกสิทธิ์ประสาทชื่อนคร เทพซูสไม่พึงประสงค์จะชี้ขาดโดยอำนาจตุลาการที่พระองค์จะพึงใช้ได้ ด้วยเกรงว่าจะเป็นที่ครหาว่าเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พระองค์จึงมีเทวโองการว่านครนั้นพึงอยู่ในความคุ้มครองของเทพหรือเทพีซึ่งสามารถเนรมิตของที่มีประโยชน์ที่สุดให้มนุษย์ใช้ได้ และมอบหน้าที่ตัดสินชี้ขาดให้แก่ที่ประชุม เทพโพไซดอนเป็นฝ่ายเนรมิตก่อน ยกตรีศูลคู่หัตถ์ขึ้นกระแทกลงกับพื้น บันดาลให้มีม้าลำยองตัวหนึ่งผุดขึ้นท่ามกลางเสียงแสดงความพิศวงและชื่นชมของเหล่าเทพ

อาเธนา(Athena) เทพีแห่งสงคราม
เมื่อเทพผู้เนรมิตม้า อธิบายคุณประโยชน์ของม้าให้เป็นที่ตระหนักแก่เทพทั้งปวงแล้ว เทพต่างองค์ต่างก็คิดเห็นว่า เทพีอาเธนาคงไม่สามารถเอาชนะโพไซดอนเสียเป็นแน่แล้ว ถึงกับพากันแย้มสรวลด้วยเสียงอันดังแกมเย้ยหยันเอาเสียด้วย เมื่อเจ้าแม่อาเธนาเนรมิตต้นมะกอกต้นหนึ่งขึ้นมาแต่ครั้นเจ้าแม่อธิบายถึงคุณประโยชน์ของต้นมะกอก ที่มนุษย์เอาไปใช้ได้นานัปการ นับตั้งแต่ใช้เนื้อไม้ ผล กิ่งก้าน ไปจนถึงใบ กับซ้ำว่ามะกอกยังเป็นเครื่องหมายถึงสันติภาพและความรุ่งเรืองวัฒนาอีกด้วย และเพราะฉะนั้นจึงเป็นที่พึงประสงค์ยิ่งกว่าม้าซึ่งเป็นเครื่องหมายของสงคราม ดังนี้ มวลเทพก็เห็นพ้องต้องกันว่า ของที่เจ้าแม่อาเธนาเนรมิตมีประโยชน์กว่า จึงลงมติตัดสินให้อาเธนาเป็นฝ่ายชนะ

เพื่อเป็นเครื่องระลึกถึงชัยชนะครั้งนี้ เทพีอาเธนาได้ประสาทชื่อนครนั้นตามนามของตัวเองว่า เอเธนส์(Athens) และสืบจากนั้นมาชาวกรุงเอเธนส์ก็นับถือบูชาในฐานะเทพีผู้ปกครองนครของเขาอย่างแน่นแฟ้น ตามที่เกิดขึ้นมานั้น เห็นได้ว่าเรื่องนี้ใช่จะแสดงตำนานที่มาของชื่อกรุงเอเธนส์เท่านั้นไม่ หากยังเป็นตำนานกำเนิดของม้าในเทพปกรณัมกรีก และเป็นต้นเรื่องของการที่ชาวตะวันตกถือว่า ช่อมะกอกเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพสืบๆ กันมาจนตราบทุกวันนี้